วิสัยทัศน์

" เมืองน่าอยู่ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ขจัดเด็ดขาดยาเสพติด

ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงก้าวสู่ประชาคมอาเชียน "

2. ยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
          2.1 วิสัยทัศน์
          องค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง  ได้กำหนดวิสัยทัศน์ (Vision)  เพื่อแสดงสถานการณ์ในอุดมคติ  ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายความคาดหวังที่ต้องการให้เกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า ซึ่งจะสามารถสะท้อนถึงสภาพการณ์ของท้องถิ่นในอนาคตอย่างรอบด้าน  ภายใต้การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ จึงได้กำหนดวิสัยทัศน์  คาดหวังที่จะให้เกิดขึ้นในอนาคต  ดังนี้

“เมืองน่าอยู่  แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ขจัดเด็ดขาดยาเสพติด
ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง  ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน”

จุดมุ่งหมายเพื่อการพัฒนา

  1. ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพและปลอดภัยจากสารพิษ 
  2. เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรมากขึ้น
  3. เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานของตำบลในเมืองมีมาตรฐาน  ทันสมัยและเพียงพอต่อความต้องการ
  4. เพื่อส่งเสริมอาชีพเสริม  และอาชีพที่นอกเหนือจากการเกษตร
  5. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์
  6. สร้างความพร้อมของตำบลในเมืองเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AC)
  7. เพื่อพัฒนาให้ตำบลในเมืองเป็นหมู่บ้าน/ชุมชน มีคุณภาพ  เป็นเมืองน่าอยู่ ประชาชนมี

คุณภาพชีวิตที่ดี  อยู่ดี กินดี   มีความรู้สูง  และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

  1. เพื่อยกระดับมาตรฐานงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง
  2. เพื่อสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยและหลักการมีส่วนร่วม

10.เพื่อทำให้ตำบลในเมืองมีความสะอาด  ทิวทัศน์ สวยงาม  เป็นระเบียบเรียบร้อย

          2.2 ยุทธศาสตร์
          คณะกรรมการพัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง ร่วมกับประชาคมท้องถิ่น  ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ  รวมทั้งองค์กรต่างๆ  ที่เกี่ยวข้อง  ได้กำหนดยุทธศาสตร์ขององค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง ออกเป็น  ๖  ด้าน  โดยมีรายละเอียดดังนี้
          ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านการเกษตร
                    แนวทางที่ 1 พัฒนาประสิทธิภาพการผลิตและจำหน่าย สินค้าเกษตร
                    แนวทางที่ 2 การเพิ่มศักยภาพเกษตรกรในพื้นที่พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรกรรม
          ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน    
                    แนวทางที่ 1 พัฒนาการคมนาคม 
                    แนวทางที่ 2 พัฒนาด้าน น้ำอุปโภคและบริโภค
                    แนวทางที่ 3 พัฒนาด้าน ไฟฟ้า
                   แนวทางที่ 4 พัฒนาการติดต่อสื่อสารและพัฒนาสิ่งก่อสร้างอื่นๆ  

            ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านเศรษฐกิจ    
                    แนวทางที่  1 ส่งเสริมกลุ่มอาชีพ  พร้อมพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพ
                                      และ OTOP
                    แนวทางที่ 2 ส่งเสริมการท่องเที่ยว
                    แนวทางที่ 3 ส่งเสริมการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน (AC)
          ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านสังคม
                    แนวทางที่ 1 ส่งเสริมการศึกษาและการกีฬา
                    แนวทางที่ 2 ส่งเสริมสุขภาพอนามัยและการสาธารณสุข
                    แนวทางที่ 3 สร้างความเข้มแข็งของชุมชนและบ้านเมืองน่าอยู่
                    แนวทางที่ 4 การสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม
                    แนวทางที่ 5 ส่งเสริมศาสนา ประเพณี และศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
          ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการเมือง การบริหาร 
                    แนวทางที่ 1 ยกระดับมาตรฐานงาน  อบต.
                    แนวทางที่ 2 ส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของประชาชน
          ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
                    แนวทางที่ 1 การจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม
                    แนวทางที่ 2 การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

          2.3 เป้าประสงค์

  1. ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมให้ได้ผลผลิตมากขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพและปลอดภัยจากสารพิษ 
  2. เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรมากขึ้น
  3. เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานของตำบลในเมืองมีมาตรฐาน  ทันสมัยและเพียงพอต่อความต้องการ
  4. เพื่อส่งเสริมอาชีพเสริม  และอาชีพที่นอกเหนือจากการเกษตร
  5. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ และงานประเพณีท้องถิ่น
  6. สร้างความพร้อมของตำบลในเมืองเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AC)
  7. เพื่อพัฒนาให้ตำบลในเมืองเป็นหมู่บ้าน/ชุมชน มีคุณภาพ  เป็นเมืองน่าอยู่  ประชาชนมีคุณภาพ
  8. ชีวิตที่ดี  อยู่ดี กินดี   มีความรู้สูง  และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
  9. เพื่อยกระดับมาตรฐานงานขององค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง
  10. เพื่อสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยและหลักการมีส่วนร่วมเพื่อทำให้ตำบลในเมืองมีความสะอาด  ทิวทัศน์ สวยงาม  เป็นระเบียบเรียบร้อย

    2.4 ตัวชี้วัด
    ยุทธศาสตร์ที่ 1 ด้านการเกษตร

    1. กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็งและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
    2. แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรได้รับการปรับปรุงอย่างมีประสิทธิภาพ
    3. สถานีสูบน้ำ คลองดาดคอนกรีต แม่น้ำ ลำคลอง และทางระบายน้ำมีประสิทธิภาพ
    4. แหล่งเรียนรู้ทางด้านการเกษตร เพื่อส่งเสริม การฝึกอบรม การประกอบอาชีพและขยาย

                   ผลตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

    1. ประชาชนได้ดำเนินชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

    ยุทธศาสตร์ที่ 2 ด้านโครงสร้างพื้นฐาน

    1. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัย
    2. เส้นทางคมนาคมที่มีมาตรฐาน
    3. เส้นทางคมนาคมมีความสะดวก ปลอดภัยในการสัญจรไป-มา
    4. ทุกครัวเรือนมีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึง
    5. หมู่บ้านมีไฟฟ้าสาธารณะส่องสว่างอย่างทั่วถึง
    6. ระบบประปาหมู่บ้านมีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัย
    7. แหล่งน้ำอุปโภคบริโภคได้รับการปรับปรุงอย่างมีประสิทธิภาพ
    8. ประชาชนมีน้ำสะอาดและมีคุณภาพไว้ใช้อุปโภคบริโภค
    1. ปรับปรุงซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่สำคัญในชุมชนให้ได้รับความสะดวก

    ยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านเศรษฐกิจ

    1. กลุ่มอาชีพมีความเข้มแข็งขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น
    2. กลุ่มอาชีพ/กลุ่มสตรีแม่บ้านมีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน
    3. มีประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวมากขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น
    4. กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประชาคมอาเซียน
    5. แหล่งเรียนรู้เรื่องประชาคมอาเซียนครอบคลุมทุกด้าน
    6. พัฒนาทักษะและศักยภาพของกำลังคน ภาครัฐและเตรียมความพร้อมบุคลากรภาครัฐเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

    ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านสังคม

    1. ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพและมาตรฐานอย่างเท่าเทียม
    2. ส่งเสริมให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กมีมาตรฐาน
    3. ประชาชนมีโอกาสเรียนรู้ตลอดชีวิต
    4. ประชาชน สืบทอด ฟื้นฟู อนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญา
    5. ท้องถิ่นและปราชญ์ชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่นให้คงอยู่สืบไป
    6. การแข่งขันกีฬาและนันทนาการทำให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรงขึ้น
    7. เด็กและเยาวชนได้ออกกำลังกายและห่างไกลยาเสพติด
    8. มีสนามกีฬาและสวนนันทนาการให้ประชาชนได้ออกกำลังกายมีสุขภาพแข็งแรง

    ยุทธศาสตร์ที่ 4 ด้านสังคม (ต่อ)

    1. ประชาชนได้รับการสงเคราะห์และพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน
    2. สงเคราะห์เบี้ยยังชีพให้กับผู้สูงอายุ คนพิการและผู้ป่วยเอดส์ทุกคน
    3. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส
    4. ประชาชนได้รับการรณรงค์ ป้องกัน ปราบปราม อาชญากรรมและยาเสพติดทุกประเภท

     ประชาชนได้รับความปลอดภัยในช่วงเทศกาล เช่น วันปีใหม่ วันสงกรานต์

    1. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัย
    2. ร้อยละของหมู่บ้านที่เสี่ยงภัยมีการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย
    3. กลุ่มเป้าหมายได้รับการส่งเสริมการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัย

    ยุทธศาสตร์ที่ 5 ด้านการเมืองการบริหาร

    1. มีการบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาลอย่างมีประสิทธิภาพ
    2. ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอแนวทางแก้ปัญหาในท้องถิ่น
    3. ประชาชนเกิดความประทับใจในการปฎิบัติงาน

    ยุทธศาสตร์ที่ 6 ด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

    1. ป้องกันหรือแก้ไขปัญหาน้ำท่วมได้
    2. สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติได้รับการอนุรักษ์ หรือมีการปรับปรุงให้สวยงามมากขึ้น
    3. ขยะภายในตำบลมีปริมาณลดลง และประชาชนสามารถกำจัดขยะมูลฝอยได้อย่างถูกสุขลักษณะ
    4. ประชาชนร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์ภายในหมู่บ้านให้มีสภาพที่ดีขึ้น

              2.5 ค่าเป้าหมาย
              1. สนับสนุนการเกษตรอินทรีย์การปลูกข้าวพันธุ์ดี และ การลด การใช้ ปุ๋ย หรือ สารเคมีเกษตรกร
    มีรายได้มากขึ้น
              2.การก่อสร้างถนนในชุมชนให้ได้มาตรฐาน ขยายเขตไฟฟ้า การขยายเขตประปาหมู่บ้าน
    และการขยายเขตการติดต่อสื่อสาร
              3. ประชาชนตำบลในเมืองมีรายได้เพิ่ม จากการที่ ได้รับการพัฒนาและได้รับการส่งเสริมในเรื่องการประกอบอาชีพอื่นๆ
              4. การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตำบลในเมืองครบทุกด้าน ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต  การศึกษา ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
              5. พัฒนาองค์กร และบุคลากรของหน่วยงานให้มีศักยภาพมากขึ้นประชาชนมีความรู้เรื่องสิทธิ  หน้าที่  การมีส่วนร่วมและการประชาธิปไตย
              6. การกำจัดขยะมูลฝอยที่ได้มาตรฐาน การสร้างความร่มรื่นให้กับชุมชน พร้อมๆกับการรักษาสิ่งแวดล้อม2.6 กลยุทธ์

    1. ส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้มีการผลิตที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน    

    ลดต้นทุนการผลิต ผลผลิตปลอดสารพิษ อยู่อย่างเศรษฐกิจพอเพียง

    1. จัดบริการขั้นพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค สาธารณูปการ อย่างเพียงพอและทั่วถึง โดยควบคุมให้

    สอดคล้องกับระบบผังเมืองรวม และรองรับการขยายตัวของหมู่บ้าน

    1. ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพ มีรายได้ มีความมั่นคงทางสังคม มีความปลอดภัยในชีวิตและ

    ทรัพย์สิน มีสุขภาพอนามัยและความอยู่ดี ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บและยาเสพติด  ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาสได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างทั่วถึง

    1. พัฒนาและส่งเสริมเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวของตำบลในเมืองให้เป็นแหล่งเศรษฐกิจของท้องถิ่น
    2. สร้างความพร้อมในมิติที่เกี่ยวข้องไว้รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (AC)

             6.  ประชาชนได้รับการพัฒนาด้านการศึกษาอย่างมีคุณภาพและมีมาตรฐาน เป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่นและการเรียนรู้  คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น สามารถปรับตัวต่อสภาพการที่เปลี่ยนแปลงไปและดำรงตนในสังคมได้อย่างมีคุณค่า
              7.  พัฒนาองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองให้เป็นเมืองน่าอยู่ มีสภาพภูมิทัศน์สวยงาม มีความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ปราศจากมลภาวะ
    8.  พัฒนาหมู่บ้านในเขตองค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองให้เป็นหมู่บ้านเข้มแข็ง มีจิตสำนึก มีศักยภาพ  
    ในการร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผิดชอบ สามารถแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน/หมู่บ้านของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
              9.  บริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายในเขตตำบลในเมือง  โดยส่งเสริมให้ประชาชนมีความตระหนัก และมีจิตสำนึกที่ดีในการป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้สวยงามยิ่งขึ้น
    10. ประชาชน เจ้าหน้าที่ของรัฐ ผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ ตระหนักถึงภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบในการ
    ปกครองระบอบประชาธิปไตย มีคุณภาพ คุณธรรม โปร่งใสและยุติธรรม ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งทุกระดับ
    11. องค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง มีระบบการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส มีขีดความสามารถในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนได้ตรงความต้องการของประชาชน โดยเสริมสร้างเครือข่ายการประสานงานทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาท้องถิ่น
              12. ส่งเสริมและอนุรักษ์ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น

              2.7 จุดยืนทางยุทธศาสตร์
              การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ.2561 – 2565) เป็นการจัดทำยุทธศาสตร์การดำเนินการภายใต้สถานการณ์ความเสี่ยง ที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในจังหวัดและภายในประเทศ โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวทางการเมืองในระดับประเทศ  ที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ  การท่องเที่ยว  ปัญหาสินค้าด้านเกษตรตกต่ำ  เป็นต้น  และมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วโดยส่งผลกระทบโดยตรงต่อองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง เช่น ภาวะภัยแล้ง มีลมพายุ  ดังนั้น ทิศทางการบริหารจัดการขององค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง จึงมุ่งเน้นภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง   เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวที่อาจเกิด    ขึ้นได้  จึงเป็นการใช้จุดแข็งและศักยภาพที่มีอยู่ในเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตำบล  เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน และให้ความสำคัญในการพัฒนาด้านการเกษตร  ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ด้านสังคม การศึกษา สุขภาพอนามัย และด้านเศรษฐกิจ ของประชาชนตำบลในเมือง เพื่อเป็นรากฐานในการพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มอาชีพภาคการเกษตร และกลุ่มอาชีพอื่นๆ
              ทั้งนี้ ก็ต้องมีการปรับตัวในการเชื่อมโยงกันกับระบบเศรษฐกิจในระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด และระดับประเทศ  และในการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จึงต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานของระบบคมนาคม การศึกษา การท่องเที่ยว  ที่จะต้องก้าวไปพร้อมกับการยกระดับคุณภาพคน การเสริมสร้างองค์ความรู้ การพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ ให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของตำบล
              นอกจากนี้การบริหารจัดการภายในองค์กรก็ยังมีความจำเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการพัฒนาระบบบริหารราชการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและเป็นไปตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี  โดยพัฒนาไปพร้อมกันกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในตำบล ทั้งในด้านการวางแผนพัฒนา การตรวจสอบการบริหารงานขององค์กร  ส่งเสริมให้ประชาชนทุกภาคส่วนมีส่วนรวมในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมต่างๆ อย่างประหยัด และมีคุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ควบคู่กับการปลูกจิตสำนึกค่านิยมประชาธิปไตยและ  หลักธรรมาภิบาลแก่ประชาชนทุกกลุ่ม
              โดยยึดปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ “เมืองน่าอยู่ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ขจัดเด็ดขาด ยาเสพติด ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน” โดยนำวิสัยทัศน์ดังกล่าวมาเป็นแนวทาง  ในการพัฒนาอย่างยั่งยืน เพื่อสร้างสุขให้กับประชาชนตำบลในเมือง อยู่ดีมีสุข ทุกภาคส่วน จึงได้กำหนดกรอบแนวคิดการพัฒนาตำบล      ในเมือง ซึ่งจะทำให้บรรลุภารกิจและวิสัยทัศน์ของตำบลในเมือง  โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำทาง และคำนึงถึงภาวะการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่อาจจะเป็นทั้งโอกาส และข้อจำกัด เป็นแนวทางในการพัฒนาตำบลในอนาคต ดังนี้
              1. น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy) โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้นำไปใช้พัฒนาภายในประเทศไทยในทุกภาคส่วน ทั้งในด้านการขับเคลื่อนนโยบายของผู้บริหารและหลักการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล เน้นการนำเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดำริไปประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มรายได้ และลดรายจ่ายของครัวเรือน  พร้อมทั้งเน้นการมีส่วนร่วมของ ชุมชน หมู่บ้าน การพึ่งตนเอง พัฒนานวัตกรรมและคุณภาพชีวิตผ่านกระบวนการจัดทำแผนพัฒนาหมู่บ้าน  เวทีประชาคมต่างๆ   โดยส่งเสริมให้แผนพัฒนาหมู่บ้านที่มีคุณภาพเป็นชุมชน หมู่บ้านที่เข้มแข็ง  ส่งเสริมให้ประชาชนรู้จักและเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สร้างกระแสการประชาสัมพันธ์ในสื่อรูปแบบต่างๆ เพื่อสร้างความเข้าใจ หลักความพอประมาณ การมีภูมิคุ้มกัน และเงื่อนไข มีความรู้  มีคุณธรรม และความมีเหตุมีผลในการดำเนินชีวิต
              2. ส่งเสริมการพัฒนาด้านการเกษตร เนื่องด้วยพื้นที่ส่วนใหญ่ของตำบลในเมือง เหมาะสำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประชาชนส่วนใหญ่จึงทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ ดังนั้น จึงต้องมีการส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมในทุกๆ ด้าน ทั้งการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร  พัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพปราศจากสารพิษ สร้างเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรมากยิ่งขึ้น โดยการสนับสนุนการเกษตรอินทรีย์ การปลูกข้าวพันธุ์ดี และการลดใช้ปุ๋ย หรือสารเคมี รวมไปถึงพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรต่างๆ ทั้งแหล่งน้ำทางธรรมชาติ และสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า   ที่องค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองบริหารจัดการเอง
              3. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ของตำบลในเมือง ซึ่งเป็นเมืองเก่าโบราณดังเดิมที่เรียกว่า “เมืองพิชัย” โดยเป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ และสำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุตรดิตถ์  มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน นับตั้งแต่เป็นเมืองหน้าด่านไว้ป้องกันศัตรูในสมัยพระยาโคตรบองเทวราช มีการสร้างพระองค์ใหญ่ หน้าตัก 5 เมตร เรียกว่า หลวงพ่อโต, มีคูน้ำล้อมรอบชั้นเดียว (คูปราสาท) ด้านยาวขนานกับลำน้ำน่าน, มีกำแพงที่ก่อด้วยดิน เรียกว่า กำแพงเมืองพิชัย นอกจากนั้น  ยังเป็นบ้านเกิดแหล่งกำเนิดพระยาพิชัย  ดาบหัก วีรบุรุษชาวพิชัย ทหารเอกพระเจ้าตากที่ถือดาบสองมือออกต่อสู้กับพม่าที่ยกทัพมาตีเมืองพิชัยจนพลาดท่าดาบหักไปข้างหนึ่ง
              ด้วยตำบลในเมืองเป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานและควรค่าแก่การจารึกและศึกษาไว้ให้แก่อนุชนคนรุ่นหลัง การพัฒนาปรับปรุงสถานที่ประวัติศาสตร์และแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ อันได้แก่ บ้านเกิดพระยาพิชัยดาบหัก, วัดหลวงพ่อโต และกำแพงเมืองโบราณ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อการอนุรักษ์ และพัฒนาสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ให้มีความสวยงาม สร้างสรรค์ความเจริญให้ชุมชนอย่างยั่งยืน  จากทุนทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมที่มีอยู่ในหมู่บ้าน ในตำบล  เพื่อให้ประชาชนได้มีแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ที่จะสามารถบอกต่อคนรุ่นหลัง ให้รู้ที่มาของตนเองและประเทศได้อย่างน่าภาคภูมิใจ
              จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่องค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองจะต้องให้ความสำคัญในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ในตำบล เพื่อพัฒนาปรับปรุงในหลายๆ ด้าน  ทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต่อนักท่องเที่ยวผู้มาชมและเรียนรู้ประวัติศาสตร์  พัฒนาปรับปรุงสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ให้มีความเหมาะสมกับการท่องเที่ยวและการเรียนรู้ของอนุชนคนรุ่นหลัง  เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในด้านแหล่งท่องเที่ยวของตำบลในเมืองต่อไป
              อีกทั้งยังเป็นการรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่มีแนวโน้มว่าจะมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น และยังเป็นการเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558  

    2.8 ความเชื่อมโยงของยุทธศาสตร์ในภาพรวม
    การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นสี่ปีขององค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองมีความเชื่อมโยงของยุทธศาสตร์ในภาพรวม  ดังนี้

             

                      
    กล่องข้อความ: ยุทธศาสตร์การพัฒนาขององค์การบริหารส่วนตำบล            
    กล่องข้อความ: เป้าประสงค์

  11.  3. การวิเคราะห์เพื่อพัฒนาท้องถิ่น
              3.1 การวิเคราะห์กรอบการจัดทำยุทธศาสตร์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  (ใช้การวิเคราะห์ SWOT Analysis/Demand (Demand Analysis)/Global Demand และ Trend ปัจจัยและสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการพัฒนา อย่างน้อยต้องประกอบด้วยการวิเคราะห์ศักยภาพด้านเศรษฐกิจ, ด้านสังคม, ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
    ๑)  จุดแข็ง (S : Strength)
    1. พื้นที่เป็นพื้นที่ราบ  สภาพของพื้นดิน มีคุณภาพค่อนข้างสมบูรณ์เหมาะกับการปลูกพืชได้ทุกชนิด
    2. มีแม่น้ำน่านไหลผ่าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญและมีขนาดใหญ่
    3. การคมนาคมค่อนข้างสะดวกในการสัญจรไป-มา
    4. พื้นที่บางส่วนมีความเจริญอยู่แล้ว
    5. มีความพร้อมในเรื่องของกำลังคนและกำลังเงินในการดำเนินงานพัฒนา
    6. มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั่วไป
    7. มีคำสั่งแบ่งโครงสร้างขององค์การบริหารส่วนตำบลในเมืองชัดเจน คลอบคลุมอำนาจหน้าที่ตามภารกิจ และ สามารถเปลี่ยนแปลงปรับปรุงได้ตามภารกิจที่ได้รับเพิ่มขึ้นหรือถ่ายโอน
    8. มีแผนพัฒนาที่ชัดเจน และมีการบรูณาการจัดทำแผน การทำงาน ร่วมกับหน่วยงาน

    หรือส่วนราชการอื่น

    1. มีคำสั่งแบ่งงานหรือการมอบอำนาจการบริหารงานตามลำดับชั้น
    2. ผู้บริหารท้องถิ่นกำหนดนโยบายได้เองภายใต้กรอบของกฎหมาย
    3. มีข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเป็นของตนเองซึ่งเป็นเครื่องมือในการตอบสนองความต้องการ

    ของประชาชนในตำบล

    1. สภาองค์การบริหารส่วนตำบลสามารถออกข้อบัญญัติได้เอง ภายใต้กรอบกฎหมาย
    2. สามารถจัดกรอบอัตรากำลังได้เองตามภารกิจและกำลังงบประมาณ
    3. ผู้บริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรงทำให้เข้าใจปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
    4. มีรายได้จากการจัดเก็บรายได้เป็นของตนเอง ทำให้คล่องตัวในการบริหารงาน
    5. มีเครื่องมือเครื่องใช้ในการปฏิบัติงานอย่างเพียงพอและทันสมัย
    6. มีพื้นที่ตำบลขนาดกลางง่ายต่อการบริหาร และดูแลอย่างทั่วถึง
    7. เป็นหน่วยงานที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
    8. มีการจัดส่งบุคลากรเข้ารับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่อง
    9. มีระบบสื่อสารและระบบสารสนเทศที่เหมาะสม
    10. ผู้นำ ผู้บริหาร สนับสนุนแนวคิดและกำหนดนโยบายการพัฒนาในด้านการเมือง การบริหารและการพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น
    11. มีกลไกการบริหารราชการ ประชาคม ภาคประชาชนในทุกหมู่บ้าน

    ๒)  จุดอ่อน (W : Weakness)

    1. การรวมกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นอาชีพหลักยังไม่เข้มแข็ง และเกษตรกรยังใช้ประโยชน์จากที่ดินไม่ถูกต้องครบถ้วน
    2. ยังขาดความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงที่ชัดเจน
    3. การท่องเที่ยวยังไม่ได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังและยังไม่มีการเชื่อมโยงภายในจังหวัด
    4. ความเจริญทางโครงสร้างพื้นฐานของตำบลยังต้องมีการปรับปรุง เช่น

         ถนนภายในหมู่บ้านยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร

    1. ยังไม่มีการใช้แหล่งน้ำที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และ การชลประทานยังไม่ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
    2. ขาดแคลนน้ำใช้อุปโภค บริโภค และเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง
    3. ขาดการส่งเสริมอย่างจริงจังในเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางเกษตร ทั้งด้านตลาดการค้า  รูปแบบ  และระบบการผลิตที่ได้มาตรฐาน
    4. บุคลากรขององค์การบริหารส่วนตำบลยังขาดแคลนไม่เพียงพอต่อการบริหารงาน
    5. ความต้องการ และคาดหวังของประชาชนมีสูงต่อองค์การปริหารส่วนตำบล  ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน แต่องค์การบริหารส่วนตำบลตอบสนองได้น้อย
    6. คนในท้องถิ่นมีปัญหาหนี้สินอันเกี่ยวเนื่องกับการประกอบอาชีพหรือการดำรงชีวิตประจำวันในอัตราสูง
    7. พื้นที่ตำบลไม่มีรถโดยสารประจำทางสัญจรผ่านทำให้การเดินทางไม่สะดวก ส่วนใหญ่ประชาชนจะใช้รถส่วนตัว
    8. มีระเบียบ/กฎหมายใหม่ๆ จำนวนมากทำให้ทำให้การปฏิบัติของบุคลากรไม่ทันต่อเหตุการณ์
    9. บุคลากรมีน้อย ทำให้ต้องรับผิดชอบงานหลายอย่าง เกิดการทำงานไม่มีความต่อเนื่อง และประสบการณ์ในการทำงานน้อย
    10. มีการแพร่ระบาดของยาเสพติด เช่น ยาบ้า
    11. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำแผน และความไม่เข้าใจสิทธิในการแสดงออกความคิดเห็น
    12. ประชาชนยังมีระบบความคิด หรือการประกอบอาชีพแบบเดิมๆ เช่น การปลูกพืชเชิงเดียว ฯลฯ
    13. มีปัญหาลักขโมยและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
    14. งบประมาณค่อนข้างน้อย ทำให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนยังครอบคลุมไม่ได้เพียงพอ
    15. ระบบข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ครบถ้วนครอบคลุมในทุกด้าน
    16. ขาดการอนุรักษ์ในขนบธรรมเนียมประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่น
    17. เยาวชนขาดความตระหนักในการเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนา
    18. ประชาชนขาดความตระหนักในการดูแลและบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
    19. อาชีพหลักของคนในชุมชนส่วนใหญ่ทำการเกษตร ต้องอาศัยแหล่งน้ำจากธรรมชาติซึ่งบางครั้งไม่เพียงพอ

      ๓)  โอกาส (O : Opportunity)

      1. นโยบายรัฐบาลในเรื่องการแก้ไขปัญหาสังคมและความยากจนเชิงบูรณาการ
      2. นโยบายรัฐบาลในเรื่องการส่งเสริมสินค้า  OTOP
      3. นโยบายพัฒนาของจังหวัด , อำเภอ  ส่งเสริมการท่องเที่ยว
      4. ยุทธศาสตร์จังหวัดอุตรดิตถ์ในการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเดือดร้อนของประชาชน
      5. มีแนวโน้มได้รับการถ่ายโอนภารกิจเพิ่มมากขึ้นตามแผนกฎหมายกระจายอำนาจฯ
      6. แนวโน้มของรายได้ที่ได้รับจัดสรรมากขึ้น ตามลำดับแผนกระจายอำนาจฯ และการจัดเก็บรายได้เองขององค์การบริหารส่วนตำบล
      7. กฎหมายกระจายอำนาจฯ เอื้อต่อการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบล
      8. ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีทำให้มีความสะดวกคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น
      9. ประชาชนมีความสมัครสมานสามัคคีกันดี มีความขัดแย้งทางการเมืองทางความคิดเห็นน้อย

      10.มีวัด สามารถพัฒนาเสริมสร้างความพร้อมให้เป็นแหล่งพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของเยาวชน และ  
           ประชาชนในตำบล
      11.มีสถานศึกษาอยู่ในพื้นที่ ตั้งแต่ เด็กก่อนวัยเรียน ถึงมัธยมตอนต้น และมีศูนย์การเรียนรู้นอก
           ระบบ ซึ่งมีความพร้อม มีศักยภาพในการจัดการศึกษาอย่างทั่วถึง
      12.มีโรงพยาบาลตั้งอยู่ในพื้นที่สามารถดูแลทั้งพื้นที่อย่างทั่วถึง เพียงพอ รวมถึงการให้บริการฟรีในเรื่อง
           รับส่งผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือตามแพทย์นัด
      13.การแก้ไขปัญหาความยากจนและปัญหายาเสพติดตามนโยบายรัฐบาล จังหวัด
            และอำเภอสอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ขององค์การบริหารส่วนตำบล
      14.นำข้อมูลจาการจัดทำเวทีประชาคมในระดับต่างๆ มาจัดทำโครงการ/กิจกรรมหรือสนับสนุน
           ด้านต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชน
      15.มีวัฒนธรรมทางสังคมอย่างเรียบง่าย อยู่เย็นเป็นสุข
      16.มีความเข้มแข็งทางการเมืองในระดับท้องถิ่นทำให้การบริหารจัดการมีความต่อเนื่อง
      ๔)  ข้อจำกัด (T : Threat)

      1. ภาคเกษตรกรรมมีปัญหาหนี้สิน ขาดทุน คุณภาพต่ำ ผลผลิตทางเกษตรส่วนใหญ่มีราคาตกต่ำ
      2. ภาวะสิ่งแวดล้อม เช่น ขยะต่างๆ  ทำให้เกิดโรคระบาด
      3. เกิดภัยธรรมชาติเนื่องจากพื้นที่ของตำบลมีลักษณะแหล่งต้นน้ำ ฤดูฝนมีน้ำท่วม ฤดูแล้งมีภัยแล้งขาดน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค
      4. ขาดการสนับสนุนงบประมาณในเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยว
      5. การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทำให้การดำเนินงานด้านต่างๆ ไม่ราบรื่น
      6. ยังไม่สามารถนำน้ำในแหล่ง (แม่น้ำน่าน)  มาใช้อย่างคุ้มค่า
      7. อำนาจหน้าหน้าที่ตามแผนกระจายอำนาจฯ บางภารกิจยังไม่มีความชัดเจน
      8. การให้ความอิสระองค์การบริหารส่วนตำบลจากส่วนกลางยังไม่เต็มที่ ยังต้องอยู่ภายใต้การกำกับ ควบคุมดูแลจาก ส่วนภูมิภาค
      9. การจัดสรรงบประมาณจากรัฐยังไม่เพียงพอกับภารกิจที่ถ่ายโอนให้กับท้องถิ่น

      10.การอพยพแรงงานของคนในพื้นที่ เนื่องจากแหล่งงานรองรับไม่เพียงพอ
      11.ประชาชนไม่ให้ความสำคัญในการศึกษาของ บุตร – หลาน ให้ได้รับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา
      12.ความไม่มั่นคงทางการเมืองระดับชาติมีผลต่อการจัดสรรงบประมาณขององค์การบริหารส่วนตำบล
      13.ผลจากการถ่ายโอนภารกิจทำให้มีงาน/หน้าที่เพิ่มขึ้นแต่ไม่มีบุคลากรมารองรับ
      14.สภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองส่งผลต่อการพัฒนาท้องถิ่น
      15.ประชาชนไม่สนใจ ขาดจิตสำนึกในการมีส่วนร่วมในการพัฒนาพื้นที่ และไม่ให้ความสำคัญกับการ
           มีส่วนร่วมในกิจกรรมของท้องถิ่นและของภาครัฐ
      16.ขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องประชาคมอาเซียน